คู่มือการเขียนรายงานประกอบ

กระบวนวิชาสัมมนาและสาระสโมสร

 

ดร.พิษณุ วงศ์พรชัย

ภาควิชาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

 

 

คำนำ

กระบวนวิชา 205495 (Seminar) เป็นกระบวนวิชาบังคับสำหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรีของสาขาวิชาธรณีวิทยา กระบวนวิชา 205795 (Journal Club I, II) เป็นกระบวนวิชาบังคับสำหรับนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาของสาขาวิชาธรณีวิทยา กระบวนวิชา 212791 (Seminar in Applied Geophysics I) และ กระบวนวิชา 212792 (Seminar in Applied Geophysics II) เป็นกระบวนวิชาบังคับสำหรับนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาของสาขาวิชาธรณีฟิสิกส์ประยุกต์ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้นักศึกษาได้ฝึกรวบรวมความรู้จากแหล่งข้อมูลต่างๆ นำมาเรียบเรียงให้เป็นเรื่องราวเดียวกัน และนำเสนอต่อที่ประชุม เป็นการฝึกให้นักศึกษาได้รู้จักวิธีการที่เหมาะสมในการนำเสนอผลงานการวิจัยต่อไป ซึ่งเป็นขั้นตอนที่สำคัญมากขั้นตอนหนึ่งในการศึกษาวิจัย ที่จะต้องเผยแพร่ความรู้ที่ได้ศึกษามา ออกสู่ชุมชนและสังคมภายนอก อันอาจเป็นประโชน์ต่อสังคมโดยรวม

เอกสารประกอบการสอนนี้ ผู้เขียนได้ดัดแปลงจากหลักการในการจัดเตรียมเอกสารเพื่อการตีพิมพ์เผยแพร่ ที่ได้มีการกำหนดไว้ในวารสารระหว่างประเทศหลายฉบับ ทั้งในส่วนของสาขาวิชาธรณีวิทยาและธรณีฟิสิกส์ ซึ่งวารสารแต่ละฉบับมีรูปแบบที่หลากหลายแตกต่างกันไป ข้อคิดและแนวปฏิบัติบางส่วน ดัดแปลงจากหนังสือที่แนะนำเกี่ยวกับการเขียนรายงานทางวิทยาศาสตร์ รวมทั้งได้ดัดแปลงเนื้อหาบางส่วนจากคู่มือการเขียนวิทยานิพนธ์ของบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และคู่มือวิทยานิพนธ์ของบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยหวังว่าคู่มือนี้จะให้แนวทางแก่นักศึกษาในการจัดเตรียมรายงานประกอบวิชาเหล่านี้

พิษณุ วงศ์พรชัย

มิถุนายน 2543

บทนำ

รายงานประกอบการเรียนกระบวนวิชา 205495 (Seminar), 205795 (Journal club I, II), 212791 (Seminar in Applied Geophysics I) และ 212792 (Seminar in Applied Geophysics II) เป็นผลมาจากการรวบรวมความรู้ที่เกี่ยวเนื่องหรือมีความสัมพันธ์กันจากแหล่งต่างๆ นำมาเรียบเรียงใหม่ให้มีเนื้อหากลมกลืนเป็นเรื่องราวเดียวกัน และใช้เป็นเนื้อหาในการฝึกการนำเสนอข้อมูลต่อที่ประชุม

รายงานเพื่อเผยแพร่งานวิจัยที่ดีควรมีลักษณะสำคัญ 5 ประการคือ

1. ชัดเจน (clarity) เป็นลักษณะแรกของการเขียนรายงานที่ควรมี การเขียนเอกสารต้องมีความหมายเดียว ไม่กำกวม และผู้อ่านสามารถเข้าใจความหมายได้อย่างง่ายๆ

2. เที่ยงตรง (accuracy) เป็นลักษณะอันหนึ่ง ซึ่งจะทำให้ผู้อ่านเอกสาร ไม่สับสนเบื่อหน่าย การเขียนรายงานต้องเป็นไปตามวัตถุประสงค์และไม่ลำเอียง มีเหตุผล เชื่อถือได้

3. สามารถเข้าถึงได้ (accessibility) รายงานต้องให้ผู้อ่านสามารถกำหนดตำแหน่งของข้อมูลที่ต้องการค้นหาได้ เนื่องจากรายงานประกอบขึ้นจากเนื้อหาส่วนต่างๆ ผู้อ่านอาจสนใจเฉพาะส่วนใดส่วนหนึ่งของเอกสาร มีผู้อ่านเพียงส่วนน้อยเท่านั้น ที่อ่านเอกสารตั้งแต่ต้นจนจบเพื่อหาข้อมูลที่ต้องการ ดังนั้นผู้เขียนจำเป็นต้องเขียนรายงานให้เป็นส่วนๆ ที่ผู้อ่านจะสามารถหาข้อมูลได้โดยไม่ต้องถูกบังคับให้ต้องอ่านเอกสารตั้งแต่ต้นจนจบ

4. รัดกุม (conciseness) รายงานที่ยาวเกินไปทำให้ยากต่อการใช้ประโยชน์ ความรัดกุมของรายงานดูจะเป็นเรื่องตรงข้ามกับความชัดเจน การอธิบายเชิงเทคนิคบางครั้ง จำเป็นต้องอธิบายให้ชัดเจนและมีรายละเอียด ดังนั้นรายงานจึงต้องมีความสมดุลย์ระหว่างความชัดเจนและความรัดกุม รายงานต้องมีความยาวพอที่จะให้เกิดความชัดเจน การตัดทอนวลีต่างๆที่ไม่จำเป็น เลือกคำที่สั้นกระชับได้ใจความแทนการใช้คำที่ยาว อาจช่วยลดขนาดของรายงานลงได้ 10-20% ซึ่งทำให้รายงานเกิดความรัดกุมมากขึ้น

5. ถูกต้อง (correctness) เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งต่อการเขียนรายงาน หลักไวยากรณ์ วรรคตอน และการใช้คำ ควรเป็นไปตามแนวทางที่นิยมใช้และสอดคล้องกับรูปแบบที่เป็นมาตราฐาน

ส่วนประกอบของรายงาน

รายงานควรประกอบด้วยส่วนต่างๆ ดังนี้คือ

1. ส่วนนำ (Preliminaries)

2. ส่วนเนื้อหา (Text)

3. ส่วนเอกสารอ้างอิง (Reference or Bibliography)

4. ภาคผนวก (Appendix)

ส่วนที่ 1 ถึง 3 เป็นส่วนที่จำเป็นต้องมีในรายงาน ส่วนที่ 4 อาจมีหรือไม่มีก็ได้ ขึ้นอยู่กับความจำเป็นและความเหมาะสมของแต่ละเรื่อง

1. ส่วนนำ (Preliminaries) ประกอบด้วย

1.1 ปก (Cover) เป็นส่วนที่แสดงถึง หัวข้อเรื่อง และ ชื่อผู้เขียน สำหรับการเลือกหัวข้อเรื่องหรือการตั้งหัวข้อเรื่องนั้นเป็นสิ่งสำคัญมาก เนื่องจากหัวข้อเรื่องเป็นส่วนที่จะบอกผู้อ่านว่าเนื้อหาที่ปรากฏอยู่ในรายงานจะมีความเกี่ยวข้องกับเรื่องใด ชื่อหัวข้อเรื่องจึงอาจเป็นจุดดึงดูดความสนใจจากผู้อ่านได้ ดังนั้นการเลือกหัวข้อเรื่องหรือการตั้งหัวข้อเรื่องจึงต้องทำด้วยความรอบคอบ มีความกระทัดรัด ไม่ยาวหรือสั้นจนเกินไป คำทุกคำที่อยู่ในหัวข้อเรื่อง จึงควรมีความหมาย มีความชัดเจนในแนวทางของเรื่องราว และครอบคลุมเนื้อหาที่จะกล่าวถึงในรายงานอย่างครบถ้วน คำย่อ คำเฉพาะหรือคำที่เข้าใจยาก (jargon) ไม่ควรนำมาใช้เป็นหัวข้อเรื่อง ส่วนชื่อผู้เขียน มักมีที่อยู่หรือที่ทำงานบอกไว้ด้วย

1.2 คำรับรองจากอาจารย์ที่ปรึกษา (Approval page) เป็นส่วนที่แสดงถึงการรับรองจากอาจารย์ที่ปรึกษาว่าได้มีการพิจารณาแล้วว่าเป็นหัวข้อที่เหมาะสม

2. ส่วนเนื้อหา (Text) เป็นส่วนสำคัญที่สุดของรายงาน ประกอบด้วย

2.1 บทคัดย่อ (Abstract) เป็นการย่อสาระสำคัญของเนื้อหา เพื่อให้ผู้อ่านได้ทราบเรื่องราวโดยย่อของเนื้อหาทั้งหมดโดยสรุป ทำให้ผู้อ่านสามารถกำหนดข้อมูลพื้นฐาน (basic content) ของรายานได้อย่างรวดเร็วและถูกต้อง ตรงกับความสนใจของผู้อ่าน และทำให้ผู้อ่านสามารถตัดสินใจที่จะอ่านเนื้อหาในเอกสารทั้งหมด บทคัดย่อจึงควรมีความกระทัดรัด มีความชัดเจนในเนื้อหาและสำนวน เข้าใจง่าย ได้ใจความสมบูรณ์โดยย่อ ไม่ควรมีรายละเอียดของการทดลองหรือการอ้างอิงจากเอกสารอ้างอิงและงานที่เคยทำมาก่อนทั้งหมด หลีกเลี่ยงการบรรยายที่เกี่ยวกับความรู้โดยทั่วไปและวิธีการค้นหาปัญหาเฉพาะ ควรแสดงไว้ทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ กำหนดให้มีความยาวได้ไม่เกิน 3-4 % ของเนื้อหาทั้งหมด

2.2 คำสำคัญ (Keyword) เป็นส่วนแสดงถึงคำหรือหัวข้อที่มีความเกี่ยวข้องกับในเนื้อหา ควรมีประมาณ 6 คำ ซึ่งจะช่วยให้ผู้อ่านได้ทราบถึงหัวข้อที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับรายงาน

2.3 บทนำ (Introduction) เป็นส่วนที่บรรยายถึงความสำคัญของหัวข้อเรื่อง นำเสนอข้อมูลเบื้องต้น เพื่อให้ผู้อ่านสามารถประเมินเรื่องราวภายในรายงานได้โดยไม่จำเป็นต้องศึกษาจากเอกสารอื่นๆที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว เอกสารอ้างอิงที่ใช้ในส่วนของบทนำควรพิจารณาเฉพาะที่เป็นข้อมูลเบื้องต้นที่สำคัญมากๆ มีการวิเคราะห์วิจารณ์งานที่มีความสัมพันธ์กันที่ได้มีการศึกษามาก่อน เพื่อให้ผู้อ่านเห็นถึงปัญหาได้เด่นชัดขึ้น การเข้าใจถึงธรรมชาติและขอบเขตของปัญหาเป็นสิ่งสำคัญมาก หากผู้อ่านไม่มีความชัดเจนในเรื่องดังกล่าว ความสนใจของผู้อ่านที่จะติดตามในส่วนเนื้อหาหลักจะลดลงและความประทับใจในผลงานที่ได้จะไม่เกิดขึ้น อาจมีการอธิบายถึงวิธีการศึกษาและเหตุผลในการเลือกใช้วิธีการนั้นๆ เพื่อให้ผู้อ่านได้เห็นแนวทางในการแก้ไขปัญหา และบรรยายแนวทางในการลำดับเนื้อหาที่จะได้กล่าวต่อไปในรายงาน

2.4 ตัวเรื่อง (Body) เป็นส่วนของรายละเอียดทั้งหมดของเนื้อหา ซึ่งอาจประกอบด้วย ทฤษฎี สมมติฐาน นิยามศัพท์ ขั้นตอนวิธีการ เทคนิคเฉพาะ ข้อมูลพื้นฐาน ข้อมูลและเนื้อหาหลัก การวิเคราะห์ทางสถิติ อาจมีภาพประกอบลายเส้น ภาพถ่าย ภาพตัดขวาง แผนที่ แผนผัง ตาราง และ กราฟ มาประกอบในเนื้อหาได้

2.4.1. ภาพประกอบลายเส้น ภาพถ่าย และภาพตัดขวาง ที่ใช้ประกอบ ควรคำนึงถึงคุณภาพของภาพ มีความชัดเจน ขนาดเหมาะสม สะอาด ตัวหนังสือในภาพควรมีขนาดใหญ่พอที่จะสามารถอ่านได้ง่าย มาตราส่วนเพื่อบอกขนาดของตัวอย่าง สัญญลักษณ์หรือเครื่องหมายในภาพใช้ในกรณีที่ต้องการชี้ชัดเป็นจุดสำคัญ คำบรรยายใต้ภาพมีความกระทัดรัด สื่อความชัดเจน และต้องอ้างอิงแหล่งที่มาของภาพเหล่านั้นด้วย

2.4.2 แผนที่และแผนผัง ควรแสดงเส้นกริด มาตราส่วน ทิศทาง และคำอธิบายสัญญลักษณ์ต่างๆ ประกอบให้ชัดเจน

2.4.3 ตาราง เหมาะสำหรับการนำเสนอข้อมูลที่ไม่แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มใดๆ ควรมีคำบรรยายตาราง อยู่ด้านบนของตาราง ตัวหนังสือในตารางควรมีขนาดใหญ่พอที่จะสามารถอ่านได้ง่าย และแสดงข้อมูลเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาในรายงานเท่านั้น

2.4.4 กราฟ เหมาะสำหรับการนำเสนอที่ต้องการให้ผู้อ่านเห็นถึงแนวโน้มของข้อมูล ขนาดของกราฟควรมีความเหมาะสม ความยาวของแกนต้องสอดคล้องกับข้อมูล ควรมีคำอธิบายแกนทั้งในแกนตั้งและแกนนอน คำบรรยายกราฟ มาตราส่วนบนแต่ละแกน คำอธิบายสัญญลักษณ์ รวมทั้งหน่วยวัด ต้องแสดงให้ชัดเจน

2.4.5 หน่วยวัดที่ใช้ ให้ใช้ระบบ SI Unit เท่านั้น

2.5 บทวิจารณ์และบทสรุป (Discussion and Conclusion) เป็นส่วนที่สั้นที่สุดและสำคัญมากอีกส่วนหนึ่งในรายงาน เป็นส่วนวิจารณ์หรือชี้ให้เห็นถึงประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้น สรุปประเด็นสำคัญของเนื้อหาที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และสมมติฐาน อภิปรายถึงภาพรวมของผลที่ได้โดยไม่มีรายละเอียดมากเหมือนในส่วนตัวเรื่อง แนวทางแก้ไข ความสัมพันธ์ที่ได้ ชี้ให้เห็นถึงจุดต่างๆ ที่ยกเว้นไม่สอดคล้องกับผลโดยทั่วไป หรือจุดที่ยังไม่สามารถหาความสัมพันธ์ได้หรือยังหาข้อสรุปไม่ได้ อภิปรายถึงการประยุกต์ใช้ผลที่ได้ และข้อเสนอแนะอื่นๆ

3. ส่วนเอกสารอ้างอิง (Reference or Bibliography) เป็นส่วนที่แสดงรายชื่อหนังสือ เอกสาร สิ่งพิมพ์ หรือบุคคลที่ได้ถูกอ้างอิงถึงในรายงาน เพื่อเป็นการให้เกียรติแก่บุคคลหรือองค์กรผู้เป็นเจ้าของข้อความ แนวคิด หรือข้อมูลนั้นๆ รวมทั้งเป็นการสะดวกแก่ผู้อ่านที่ประสงค์จะสืบค้นรายละเอียดเพิ่มเติม รายละเอียดและรูปแบบของการเขียนให้ศึกษาจากหัวข้อ “เอกสารอ้างอิงหรือบรรณานุกรม”

4. ภาคผนวก (Appendix) เป็นส่วนที่ให้ราทยละเอียดเพิ่มเติม อาจแสดงอยู่ในรูปของตาราง ข้อมูล รูปภาพที่ไม่แสดงไว้ในส่วนตัวเรื่อง ตัวอย่างหรือสูตรการคำนวณ และสิ่งอื่นๆ ที่จะช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจถึงสาระของเนื้อหาดีขึ้น

เอกสารอ้างอิงหรือบรรณานุกรม

(References or Bibliography)

การเขียนเอกสารอ้างอิงหรือบรรณานุกรม ทำได้หลายรูปแบบ แต่โดยทั่วไปแบบแผนการเขียนเอกสารอ้างอิงหรือบรรณานุกรมควรมีความสอดคล้องกับการเขียนอ้างอิงในเนื้อหา นอกจากนั้นยังมีข้อที่ควรปฏิบัติอีกบางประการ ดังนี้

1. แยกหนังสือหรือเอกสารที่เป็นภาษาไทยกับภาษาต่างประเทศออกจากกัน หากรายงานเป็นภาษาไทย ให้เขียนเอกสารที่เป็นภาษาไทยก่อนเอกสารภาษาต่างประเทศ หากว่ารายงานเป็นภาษาต่างประเทศ ให้เขียนเอกสารที่เป็นภาษาไทยหลังเอกสารภาษาต่างประเทศ

2. เรียงลำดับตามลำดับอักษรของคำแรกของแต่ละรายการตามพจนานุกรม

3. ในการอ้างอิงเอกสารของผู้แต่งคนแรกในรายการต่อไปที่ซ้ำกับผู้แต่งคนแรกในรายการก่อนหน้านั้น ไม่ต้องเขียนชื่อซ้ำ แต่ให้ขีดเส้นตรงยาวขนาด 8 ตัวอักษรหรือ ประมาณ 1 นิ้วแทน

ตัวอย่างของการเขียนเอกสารอ้างอิงหรือบรรณานุกรมมีดังนี้

 

หนังสือ (Books)

เชิดชาย เหล่าหล้า. 2519. สังคมวิทยาชนบท. (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์แพร่พิทยา.

เติม วิภาคย์พจนกิจ. ประวัติศาสตร์อีสาน. 2 เล่ม. พิมพ์ครั้งที่ 2. พระนคร : สมาคมสังคมศาสตร์แห่งประเทศไทย, 2513.

เติม วิภาคย์พจนกิจ. (2513). ประวัติศาสตร์อีสาน. (พิมพ์ครั้งที่ 2). พระนคร : สมาคมสังคมศาสตร์แห่งประเทศไทย.

Bareley, G.W. 1958. Techniques of Population Analysis. New York : John Wiley & Sons, Inc.

Bath, M. Introducion to Sesimology (Birkhaeuser, Basel 1973).

Fowler H.W. 1965. Modern English Usage, 2nd edn, Oxford University Press.

Helliwell, R.A., Whistlers and related ionospheric phenomena, Standford Univ. Press. California, 1965.

Hindever, J., 1986. Resonance effects of the earth’s fluid core in earth rotation, in Solved and UnsolvedProblems, pp. 277-296, ed.Cazanave, A., Reidel, Dordrecht.

Katz, William A. Introduction to Reference Work. 2 Vols. New York: McGraw-Hill Book Co., 1974.

Katz, William A. (1974). Introduction to Reference Work. New York : McGraw-Hill.

Van Meurs, A.P.H., 1971. Petroleum Economics and Offshore Mining Legislation. Elsevier, Amsterdam, 208 pp.

Ziolkowski A.M. 1979. Seismic profiling for coal on land. In : Developments in Geophysical Explortion Methods, Vol.1 (ed. A.A. Fitch), pp. 271-306. Applied Science Publishers.

 

หนังสือที่มีผู้แต่งหลานคน (Multi-author books)

ชาญวิทย์ เกษตรศิริ และ สุชาติ สวัสดิศรี (บรรณาธิการ). 2518. ประวัติศาสตร์และนักประวัติศาสตร์ไทย. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์ปนะพันธ์สาส์น.

วีกูล วีรานุวัติ และ กนกนาถ ชูปัญญา. เคมีคลินิก. กรุงเทพมหานคร : โครงการตำราศิริราช คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล, 2525

วีกูล วีรานุวัติ, และ กนกนาถ ชูปัญญา. (2525). เคมีคลินิก. กรุงเทพมหานคร : โครงการตำราศิริราช คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล.

Coser, L.A. and B. Rosenberg (ed.) 1969. Sociological Theory : A Book of Readings. New York : The Macmillan Company

Davies, W.E. and LeGrand, H.E., 1971. Krast of the United Stades. In M. Herak and V.T. Stringfield (Editors), Krast : Important Karst Regions of the Northern Hemisphere, Elsevier, Amsterdam, pp. 467-505.

HARBAUGH, J.W. & BONHAM-CARTER, G. (1970) Computer Simulation in Geology. Wiley and Sons, New York.

Haurwitz, B., and Cowley, A.D., Barometric oscillations, In Introduction to Seismology (ed. Bath, M.) (Birkhaeuser, Basel 1973) pp. 193-222.

REINECKK, H.E. & SINGH, I.B. (1980) Depositional Sedimentary Environment, 2nd ed, 549 pp. Springer-Verlag, Berlin.

บุญธรรม กิจปรีชาบริสุทธิ์, ศุภชัย ศุกรวรรณ และ สมคิด อิสระวัฒน์. ประชากรศึกษา. กรุงเทพ ฯ: ห้างหุ้นส่วนจำกัดอักษรบัณฑิต, 2520.

บุญธรรม กิจปรีชาบริสุทธิ์, ศุภชัย ศุกรวรรณ และ สมคิด อิสระวัฒน์. (2520). ประชากรศึกษา. กรุงเทพ ฯ : อักษรบัณฑิต.

Boyd, Harper W.; Westfall, Ralph; and Stasch, Stanley F. Marketing Research: Text and Cases. Illinois: Richard D. Irwin, Inc., 1977.

Boyd, H. W., Westfall, R., and Stasch, S. F. (1977). Marketing Research: Text and Cases. Illinois: Richard D. Irwin, Inc.

 

หนังสือแปล (Translated books)

จิตต์ ชิดชอบ. 2516. มนุษย์กับที่ดิน. กรุงเทพมหานคร : ไมตรีการพิมพ์. แปลจาก G.P. Carter. 1967. Man and the Land. New York : Rinehart and Winston.

Durant, W. 1974. Thai Rice. New York : Harper and Bros. แปลจาก อุดม รักไพร. 2516. ข้าวไทย. กรุงเทพมหานคร : ประดิษฐ์การพิมพ์.

 

วารสาร (Journals)

มนูญ วงศ์นารี. (2519). การพิจารณาองค์การ พิจารณาในแง่ของค่านิยมกับพฤติกรรมการบริหารของนักบริหารไทย. วารสารข้าราชการ, 21, 20-34.

ชัยวัฒน์ ปัญจพงษ์. 2520. “ประชากรศึกษาคือนวกรรมทางการศึกษาประเภทหนึ่ง”. น.37-43. ประชากรศึกษา. ภาควิชาศึกษาศาสตร์, คณะสังคมศาสตร์และมานุษยศาสตร์, มหาวิทยาลัยมหิดล.

สุรัตน์ โดมินทร์. สาห์นยา คณะแพทยศาสตร์ รามาธิบดี 2529; 1(4): 177-180

ANDERSEN, C. and DOYLE, C. 1990 Rview of hydrocarbon exploration and production in Denmark. First Break 8, 155-165.

A.B. Jones, J. Chem Soc., Dalton Trans., 1975, 234

Bagant, Z.P., 1980. Work inequalities for plastic fracturing materials. Int. J. Solid. Struct. 16: 873-901.

Brownie, W.R., (1983) “Flow depth in sand-bed channels”, J. Hydr. Engrg., ASCE, 109(7), 959-990.

Fejer, B.C. D.T. Farley, R.F. Woodman, and C. Calderon. Dependence of equatorial F-region vertical drift on season and solar cycle, Geophys. Res. Lett., 86, 215-218,1981.

FRIEDMAN, G.M. (1968) Geology and geochemistry of reefs, carbonate sediments and waters, Gulf of Aquaba (Elat), Red Sea. J. sedim. Petrol. 38, 895-919.

Koefoed O. 1967. Units in geophysical prospection. Geophysical Prospecting 15, 1-6.

Paivio, A. (1975). Perceptual comparisons through the mind’s eye. Memory & Cognition, 3, 635-647.

Williams, A.S. 1980. “Relationship between the Structure of Local Influence and Policy Outcomes” Rural Sociology. 45 (Winter 1980) : 621-643.

 

เอกสารในการเสนอผลงานทางวิชาการ วารสารฉบับพิเศษ และเอกสารที่พิมพ์เป็นคาบ (Editors symposia, Special issues, etc., published in a periodical)

Fox, P.J., Ruddiman, W.F., Ryan, W.B.F. and Heezen, B.C., 1971. The geology of the Carribbean crust, I. Beata Ridge. In: B.C. Heezen and I.P. Kosminskaya (editors), The Structure of the Crust and Mantel beneath Inland and Marginal Seas. Tectonophysics, 10:495-513.

FYEE, W.S. & BISCHOFF, J.L. (1965) The calcite-aragonite problem. In: Dolomitization and Limestone Diagenesis (Ed. by L.C. Pray and R.C. Murray), pp. 3-13. Soc. Econ. Paleontologists and Mineralogists, Spec. Pub. No.13.

MIALL, A.D. (1983) Basin analysis OF FLUVIAL SEDIMENTS. In: Modern and Ancient Fluvial Systems Ed. by J.D. Collinson and J. Lewin), Spe. Publ. Int. Ass. Sediment. 6, 279-286.

 

สิ่งตีพิมพ์ (Publications)

จุมพล คืนตัก. “ดิน (Clay)”, เอกสารเศรษฐธรณีวิทยา, เล่มที่ 19, กรมทรัพยากรธรณี กระทรวงอุตสาหกรรม, 2521.

ACI Committee 318ม “Building Code Requirement for Reinforced Concrete”, American Concrete Institute, Detroit, 1971.

 

รายงาน (Reports)

จุฬาภรณ์ โชติช่วงนิรันดร์, นลินี ตันธุวนิตย์ และ ปนัทดา เพ็ชรสิงห์. รายงานการวิจัยเรื่องประวัติศาสตร์หมู่บานคำม่วง, รายงานสังคมศาสตร์ โครงการวิจัยระบบการทำฟาร์ม มหาวิทยาลัยขอนแก่น กรกฎาคม 2529, หน้า 54-57.

Kabeila, A.P. 1970. ”Bifurcaton off Eccentricaly Loaded Members and of Stifened Plates”, echnical Report AFFDL-RT-70-37, Wright-Patterson Air Force Base, Ohio.

National Institute of Mental Health. (1982). Television and behavior : Ten years of scienntific progress and implication for the eithties (DHHS Publications No.ADM 82-1195). Washington, DC : U.S. Government Printing Office.

 

วิทยานิพนธ์ (Thesis)

ชุติมา สัจจานันท์. “การสำรวจสถานการทำงานของบัณฑิต (ปีการศึกษา 2502-2516) และมหาบัณฑิต (ปีการศึกษา 2507-2516) สาขาวิชาบรรณารักษ์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย”. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต แผนกวิชาบรรณารักษ์ศาสตร์ บัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2518.

เต็มดวง ตรีธัญญพงศ์. 2524. แบบแผนการเคลื่อนย้ายที่อยู่อาศัยของข้าราชการ : ศึกษาเฉพาะกรณีข้าราชการกรมการฝึกหัดครู. กรุงเทพมหานคร : วิทยานิพนธ์ปริญญาโท, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.

บุญธรรม กิจปรีดาบริสุทธิ์ “การหาสูตรเศรษฐมิติทางการศึกษาและกระสวนความเจริญที่สมดุลสำหรับประเทศไทย” วิทยานิพนธ์ครุศาสตร์มหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 2518.

Vongasvan, N. “Evaluation of hormonal response to stress during tooth extraction in Thai patients”. M.S. Thesis, Mahidol University, 1985.

Lindgerg, C., 1986. Multiple taper harmonic analysis of terrestrial free oscillations, PhD Thesis, University of California.

Pyerson J.F. (1983) Effective management training: Two models. Master’s thesis, Potsdam, pp.285.

 

บทคัดย่อของงานวิจัยที่เสนอในการประชุม (Abstract of meeting papers)

Bartel, D.C. 1985. Interpretation of Crone PEM data. 55th SEG meeting, Washington D.C., Expanded Abstracts, 128-130.

Edwards, D.K., 1965, “Radiation Characteristics of Rough and Oxidized Metals”, Advances in Thermophysical Properties at Extreme Temperature and Pressure. 3rd International Symposium, ASME, New York, p. 189.

 

งานที่ยังไม่ได้ตีพิมพ์ (Unpublished materials) หรืออ้างอิงบุคคล

R.J. Drizek, Spectrochem. Acta. In press.

Brownlie, W.R. 1980 Michigan University, personal communication.

 

โปรแกรมคอมพิวเตอร์ (Computer software)

Peterson, David. Mail Games. Computer Software. Wective Software, 1981. Atria 400/800, 32 KB, disk.

 

ข้อมูลจากระบบอินเตอร์เน็ต (Internet)

U.S. Geological Survey, 1998, Understanding the Earth, Internet: <http://www.usgs.gov/under.htm.>